เก็บตกแดนปลาดิบ...เชื่อในสิ่งที่เฮ็ด..
posted on 02 Apr 2009 17:36 by kadeart in Diaryกลับมาอัพบลอกได้ไวเกินคาด ดูท่าผีขี้เกียจที่สิงอยู่จะหนีไปพักร้อนชั่วคราว
อย่าสนชื่อเอนทรีย์เลยนะ ...
************
หลังจากกลับมาจากญี่ปุ่นได้พักใหญ่.. (พักใหญ่จริงๆ = =")
เพิ่งขุดตัวเองมาเขียนรีพอร์ตได้
ไปที่นู่นก็ได้เห็นได้เจออะไรแปลกๆใหม่ๆ เดิมทีเราก็รู้จักวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านการ์ตูนมั่ง หนังมั่ง
เอนทรีย์นี้ขอเป็นการเก็บตก สิ่งที่ได้จากที่นั่น ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อน รึเคยรู้แต่ก็ต่างจากที่คิด





อย่างแรก "ส้วม"
ญี่ปุ่นขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองเทคโนโลยี ไอ้เราก็เตรียมใจไว้แต่แรกแล้วว่าส้วมที่นู่นน่าจะต่างจากบ้านเรา
ไปเข้าส้วมในห้างครั้งแรก ก็เจอกับวัตถุประหลาดหน้าตาแบบนี้....
โอ้วจีซัส นี่มันชะมดอะไร(วะ)เนี่ย
ไอ้ปุ่มๆพวกนั้นก็มีแต่ภาษาญี่ปุ่น ต้องจิ้มทีละปุ่มเอา ว่าอะไรเป็นอะไร
แต่ขอชมว่าระบบฉีดน้ำแหล่มมาก ฉีดได้"ตรงจุด"เด๊ะ.............
พอจะกดน้ำ มองหาปุ่มชักโครก
อย่าหวัง......
ของเค้ามันระบบสัมผัส!!!
ต่อมาเรื่องการแต่งตัวของคนที่นั่น
เราพอรู้มาบ้าง ว่าคนญี่ปุ่นมักจะใส่ผ้าปิดปาก แม้ว่าจะเป็นหวัดเล็กน้อยก็ตาม
เพราะเขาให้ความสำคัญของการป้องกันเชื้อโรค ทั้ง"เพื่อตนเอง"และป้องกัน"เพื่อผู้อื่น"
(อีกสาเหตุอาจใส่เพื่อป้องกันลมหนาวที่มาปะทะใบหน้า เพราะลมหนาวมันยะเยือกแต๊ๆ)
แต่ไม่ยักรู้ว่าจะใส่เกลื่อนเมืองกันขนาดนี้...
ในไทย ใครเล่นใส่ผ้าปิดปากเดินท่อมๆคงโดนรังเกียจ รึเดินเข้าธนาคารยามคงยิงตายตั้งแต่หน้าประตู
แต่ของญี่ปุ่นถือเป็นเรื่องปกติแบบมั๊กๆๆๆ
เราจะได้เห็นสาวออฟฟิศที่โบ๊ะหน้ามาเต็มที่ แต่ดันใส่ผ้าปิดปากทั่วไปหมด
(แล้วแต่งซะเข้มเพื่อไรอะจิ๊บ.....)
ยังไม่จบแต่งการแต่งตัว
สาวๆวัยสะรุ่นที่นั่น แม้ว่าอากาศจะหนาวขนาดไหน พวกเธอก็ไม่หวั่นแม่วันมามาก
ท่อนบนจะแต่งตัวได้มิดชิดมาก โค๊ตหนาๆ แล้วยังห่อด้วยผ้าพันคอ
แต่ท่อนล่าง...
สั้นแบบเจ๊ระเบียบฯไม่ปลื้ม
เราเองก็ชอบมองขาอ่อนสาว 55+(อิโรคจิต) สาวๆที่นั่นขาขาวดูเจริญหูเจริญตาดี
แต่สงสัยเหลือเกิน พวกเธอไม่หนาวกันรึไง (เราใส่กางเกง2ชั้น สะบ้ายังแข็ง orz)
สิ่งที่เคยสงสัยมาตลอดเวลาอ่านการ์ตูน ว่าสาวม.ปลายใส่สั้นกันแบบนั้นจริงเหรอ...
จริงๆแฮะ...
อากาศออกจะหนาว ท่อนบนปิดซะมิดชิด แต่ท่อนล่างสาวกระโปรงเหี่ยนยังซูฮก
ประเทศนี้มันลักลั่นย้อนแย้ง!!!
ในเรื่องอาหารการกิน
ก็พอรู้อยู่ ว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ค่าครองชีพสูง อาหารราคาแพงหน่อย
แต่พอไปเข้าจริง จะกินแต่ละมื้อ ซื้อไม่ค่อยลง มันแพงจริงฟ่ะจอร์จ
ยกตัวอย่างง่ายๆ ข้าวกล่องที่สถานีรถไฟ ราคาต่ำสุดซัก 600กว่าเยน(ประมาณ200บาท)
ส่วนข้าวกล่องที่ไซส์ใหญ่ขึ้นมาอีก รึประเภทที่หน้าตาไฮโซวขึ้น ก็ไม่ถึงขึ้นหลักพันเยน
(ตกเกือบ 400บาท... ลองนึก ว่านี่เป็นแค่ค่าอาหาร"มื้อเดียว"ของวันนะ....)
ราเม็งที่ราคาทั่วๆไป ตกซักชามละ 400 - 600 เยน จะมีพวกประเภทชามเบ้งๆก็ขึ้นหลักพัน
ชาชูชามนี้ 1100 เยน แพง แพงจริง แต่ก็เยอะจริงเช่นกัน = ="
มีหมูอบแผ่นใหญ่ๆ4แผ่นกับบะหมี่ที่เยอะมากๆ กินหมดชามเกือบเอาชีวิตไม่รอด
แต่กลับกัน...
การกินบุฟเฟต์ที่นี่กลับถือว่าถูกถ้าเทียบกับค่าครองชีพ
บุฟเฟ่ต์หรูๆที่ญี่ปุ่น ตกราคาหัวละ 1500 เยน (เกือบๆ500บาท)
ราคานี้ ถูกกว่ากินโออิชิแกรนด์ที่ไทยด้วยซ้ำ?
แล้วเอามาเทียบกันดู ข้าว1ชุด 1000เยน กับบุฟเฟต์ 1500 เยน
เพิ่ม500เยน แต่อิ่มและหรูมากกว่าเยอะ
เพราะงั้น ถ้ามั่นใจว่าหิวจริงหิวจัง กินบุฟเฟต์ไปเลยดีกว่า คุ้มกว่าเยอะ = =b
มีเรื่องวัฒนธรรมการกินที่น่าสนใจของชาวญี่ปุ่นอีกอย่างนึง
เคยได้ยินมาว่า เวลาเค้ากินอาหารพวกเส้นๆ ถ้าอร่อย เค้าจะสูดเส้นเสียงดัง
การสูดเส้นเสียงดัง เหมือนเป็นการแสดงความนับถือเจ้าของร้าน ว่า"เฮียอ่ะ ทำอร่อยเป็นบ้า"
ตอนเข้าร้านราเม็งครั้งแรก ก็รู้สึกตกใจกะเสียงสูดซืดซาดทั้งร้าน (เออ ไอ้ร้านนี้หรอยจริง..)
ไอ้เราไปนั่งกินกับเพื่อน3หน่อ นั่งกินกันเกรียบกริบ
เพื่อนมันยังบอกว่า แก กินกันเงียบๆแบบนี้ไม่ดีนะเว้ย
เราเลยลองซูดเส้นเสียงดัง "ซู้ดด!".... ทำไปแค่นั้นแหละ ทำไปลงจริงๆวุ้ย.. orz
แนวคิดของเรากับเขามันต่างกันจริงๆ
อีกเรื่องเกี่ยวกับร้านอาหารที่น่าสนใจ
สมเป็นประเทศเทคโนโลยี
น้ำกระป๋องตู้หยอดเหรียญเรอะ... จิ๊บๆ...
เค้ามีราเม็งหยอดเหรียญด้วยอะ!
เรียกชื่อให้โก้ไปงั้น...(อ้าว)
หยอดเหรียญก็จริง แต่ยังไม่ InW ถึงขั้นว่ามีราเม็งออกมาจากตู้หรอก -*-
บนตู้ก็จะมีเมนูอาหารตามปุ่มที่เห็นในภาพ เราก็ใส่ตังค์ในช่องแล้วเลือกเมนู
เครื่องก็จะทอนตังมาให้ แล้วเอาสลิปที่ได้ไปให้เจ้าของร้าน รอแป้ปนึงก็อิ่มอร่อยล่ายย
ร้านสไตล์นี้... เหมาะกับคนที่ภาษาญี่ปุ่น snakeๆ fishๆ แบบเราจริง... ฮา
มาที่นี่ได้ลองทำโอโคโนมิยากิเองอย่างที่ใฝ่ฝันมานาน
สนุกดี แต่ร้อนหน้าจนแทบไม่ต้องทาซอสเลยทีเดียว(เหงื่อลงแทนแล้ว)
สีหน้าเคร่งเครียดกับการทำมาก.....
มาถึงเรื่องการจัดเรทของญี่ปุ่น
ประเทศที่เป็นประเทศที่สื่อสำหรับผู้ใหญ่มีการเปิดเผยแพร่หลาย
(หนังสือโป๊ในมินิมาร์ทถูกวางอยู่ติดกับโชเนนจั๊มป์... เปิดเผยขนาดไหนคับพี่น้อง)
การจัดเรทก็ต้องมีความเข้มงวดมากขึ้นเป็นธรรมดา
วันนั้นไปซื้อโดที่อิเคบุคุโระ
ไอ้เล่มที่ซื้อขึ้นปกว่า 18+ ทั้งคู่เลยเนี่ยสิ (เราไม่ได้ซื้อเองนะ พี่แท๊บฝากน้า 55+ โบ้ยๆ)
พอเอาไปจ่ายที่เคาเตอร์เจอคนขายspeakใส่...
คนขาย : $@&^%*&(*()_)+&)^& ?
อิเกด : ????????? (/ทำหน้าหมาอมฮอลล์)
คนขายเลยพอรู้แล้วว่าอินี่คนต่างด้าว เลยเว้ามาว่า
ฟังคำว่า passport ออกคำเดียว....
เอ่อ เค้าคงขอดูพาสปอร์ตมั้ง (รู้ว่าเราคนต่างด้าว น่าจะสปีคอิงลิชซักหน่อยก็ยังดีนะ orz)
เลยยื่นหนังสือเดินทางไปให้แบบงงๆ เค้าเอาไปดูอายุ ว่าอายุถึงรึปล่าว..
ที่นี่เค้าเข้มจริงวุ้ย เราไม่นึกว่าแค่โดจินจะต้องเชคอายุด้วยนะเนี่ย -*-
ถึงจะบอกว่ามีการจัดเรทอย่างเข้มงวด....
แต่กลับมีตู้ขายบุหรี่อยู่เกลื่อนเมือง แน่นอนว่าตู้แบบนั้นมันจำกัดอายุคนซื้อไม่ได้อยู่แล้ว...
ก็บอกแล้วว่าประเทศนี้มันลักลั่นย้อนแย้งชัดๆ!!!!
ไปซื้อของที่ซุเปอร์มาเก็ต มีอะไรแปลกๆเยอะดี
ที่สะดุดตาก็ไปเจอไอ้นี่เข้า
อะ...เอ่อ นี่มันโซนเครื่องสำอางนะ กุหลาบแวร์ซายมาไง (โครตดักแก่)
นี่มันที่พอกหน้านี่หว่า...
ใช้แล้วจะหน้าเด้งเหมือนออสการ์รึเจ๊อังตัวเน็ตรึไงยะ !!
ซื้อของเสร็จ ไปจ่ายตังที่เคาท์เตอร์
ไอ้เราก็งงว่า พนักงานตื๊ดบาร์โคด แล้วก็เอาของใส่ตะกร้าเหมือนเดิม ไม่ใส่ถุงใส่
จ่ายตังเสร็จก็ใส่ถุงพลาสติกเปล่าในตะกร้ามาให้ใบนึง
ความรู้ใหม่..........
คุณลูกค้าต้องบริการตัวเอง เอาของยัดลงถุงเอง
โดยที่พนักงานจะให้ถุงมาใบหรือสองใบ แล้วแต่เมตตา เอ้ย แล้วแต่จำนวนของ
แล้วคุณๆก็เชิญเอาของยัดลงถุงที่โต๊ะหลังเคาท์เตอร์ ต้องยัดของให้พอกับถุงที่เขาให้มา
นี่คงเป็นนโยบายลดโลกร้อนอย่างนึง? แต่เราก็เห็นว่าเป็นไอเดียที่ดีนะ
นอกจากประหยัดถุงแล้วยังไม่เสียเวลาคิดเงินนานด้วย
เก็บตกตอนไปกินซ่า
เพิ่งรู้ว่าที่นั่น ช่วงบ่ายๆถึงเย็นเค้าจะปิดถนนให้คนลงมาเดิน
รู้สึกแปลกตาดี ถนนที่รถติดพลุกพล่านกลับโล่งลงมาเดินได้สบายใจ
ชั่วโมงเร่งรีบที่ญี่ปุ่นน่ากลัวมาก เร่งรีบสมชื่อ
ช่วงที่ไปเคยขึ้นรถไฟช่วง7โมงกว่าๆครั้งนึง
เรียกได้ว่าแทบไม่ต้องเดิน มันไหลไปกับฝูงมนุษย์ -*-
เพิ่งรู้ว่าช่วงเช้ารถไฟจะเก็บเบาะขึ้นหมด เพื่อให้มีที่ยืนให้มากที่สุด
ได้ตระหนักตอนนี้หละ ที่ในหนังสือ "ชีวิต 150cm" ว่าไว้เป็นยังไง.....
ส่วนเวลาขึ้นบันไดเลื่อน ตามมารยาทต้องยืนชิดซ้ายด้วย
เพราะคนที่ต้องการรีบ จะได้เดินขึ้นทางฝั่งขวาได้เลย
(กลับมาไทย ติดยืนชิดซ้ายไปเลยหงะ )
เคยคิดว่าคนญี่ปุ่นคงจะชินตากับซากุระแล้ว เห็นอยู่ทุกปี
จริงๆคนยุ่นตื่นเต้นกับซากุระไม่แพ้ชาวต่างชาติเลย
ตอนที่เราไปสวนสาธารณะทั้งสวนมีบานอยู่ต้นเดียว (ต้นเดียว..-*-)
คนแถวๆนั้นก็มาถ่ายรูปกัน ดูตื่นเต้น แม้แต่ทีวีก็พยากรณ์วันที่ซากุระจะเริ่มบาน
นึกว่าเขาเห็นกันจนเบื่อแล้วซะอีก..
อีกเรื่องคือเด็กญี่ปุ่นน่ารักเป็นบ้าเลย แฮ่กๆๆๆ
ยิ่งเด็กเล็กๆแก้มจะแดงยังกะทาอุทัยทิพย์ น่าร้ากน่าหยิกก
จองตัวน้องเสื้อลายคนริมสุดเอาไว้แล้ว อุฮิ
รอหนู17เมื่อไหร่ ป้าจะไปลักพาตัว เอ้ย ไปขอนะลูก.. แฮ่กๆๆ /เช็ดน้ำหมาก
เรื่องสุดท้ายที่จะฝากบอก
เป็นเรื่องที่สำคัญมาก.....
ถ้าไปญี่ปุ่นแล้วต้อง...
ต้อง...
"ต้องทำท่านี้ไม่งั้นถือว่าไปไม่ถึงนะ"
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
ปล. อากาศร้อนเกินไปแล้ว ขนมปังเพิ่งซื้อรายังขึ้น เกือบกินเข้าไปแล้ว orz
===================================
พวงกุญแจ นูระหลานจอมภูต
พวงกุญแจ7เทพแห่งโชคลาภ
สมุดโน๊ตจดศัพท์
รายละเอียด จิ้ม>>ที่นี่<< ค่ะ


คิดหรือว่าเมืองไทยจะมี 555+ //โดนตรบ
แบบว่า ส้วมมันหน้าตาประหลาดจิงๆ แหละนะ ฮ่ะๆๆ
#51 By ★ N A T S U K I [ CHROME 96 ,, ] on 2009-04-03 12:23